untitled

Kyakuma - ห้องรับแขกของฉัน

... จะเจออะไรบ้างที่สนามบินขาขึ้น?


1.) เช็คอิน


เอาละจัดกระเป๋าเสร็จแล้ว เดินทางกันดีกว่า

เดินทางเองคนเดียวครั้งแรกด้วยเครื่องบิน ไปต่างประเทศด้วย ตื่นเต้นใช่มั้ยล่า? *-*

ถ้าใช่ ...

ก็จงไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อยซัก 2-3 ชั่วโมง

ไปขึ้นเครื่องบินนะจ๊ะไม่ใช่ไปขึ้นรถเมล์ ถ้าไปช้าๆอาจจะตกเครื่องได้เน้อ

แล้วทำไมต้องไปซะเร็วล่ะ?

ไม่เร็วหรอก มันมีหลายอย่างต้องทำ และไอ้หลายอย่างนั้นมันต้องต่อคิวด้วยนะ ทำให้มันช้าไงล่ะ เป็นต้นว่า บางคน หรือเจ้าตัวเองจัดกระเป๋าไม่ดี น้ำหนักเกิน ก็ต้องเอาเข้าเอาออกมันตรงนั้น ถ้ามีแบบนี้เยอะๆ มันก็นานน่ะนะ แถวน่ะ

ไปถึงอย่างแรกที่เราต้องทำก็คือ check in ที่ counter ของสายการบินนั้นๆ

การ check in คือการเอาตั๋วหรือ code ของตั๋ว(กรณีเป็น e-ticket) ไปให้ที่ counter เพื่อรับ boarding pass และใบที่ให้กรอกตอนขาออก/เข้า รวมถึงส่งกระเป๋าโหลดให้กับพนักงานเพื่อขนส่งขึ้นเครื่องไป ในขั้นตอนนี้จะมีการ X-ray กระเป๋าและชั่งน้ำหนักกระเป๋า

น้ำหนักใครเกินก็ระวังดีๆละกัน แล้วใครคิดจะไปสายๆ จงรู้ไว้ว่าแถว check in มันจะยาวขึ้นอย่างน่าตกใจกับเวลาที่สาย เคยต่อแถวที่ Melbourne อยู่เกือบชั่วโมงแนะกว่าจะได้ชั่งอ่ะ แถมเนื่องจากแถวยาวมากคดไปคดมา หาต้นขั้วไม่เจอถามคนข้างหน้าว่าเป็นของ counter ไหนดันบอกผิดอีก ดีนะไม่ตกเครื่อง แต่ตอนไปเร็วๆก็ต่ออยู่ประมาณ 20 นาทีเองนะ นอกจากนั้นให้รู้ไว้ว่าถ้าไปสายมากๆบางสายการบินจะไม่รับ check in เช่นไป check in ก่อนเวลาออกแค่ 40 นาที จะไม่รับ check in แล้วทำนองนี้

click to enlarge
กระเป๋าเดินทางและสติ๊กเกอร์ต่างๆ ในขั้นตอนนี้
คำอธิบายหมายเลขในรูป
1 = สติกเกอร์ที่เจ้าหน้าที่แปะกับกระเป๋าเราไว้ ก่อนโหลดเข้าเครื่อง จะมีรหัสอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้สติ๊กเกอร์ที่มีรหัสเดียวกันนี้กับเราด้วยเพื่ออ้างอิงเผื่อกระเป๋าหาย
2 = สติกเกอร์ที่เจ้าหน้าที่แปะพาดผ่านจุดที่จะเปิดได้หลังจากมีการ X-ray แล้ว
3 = สติกเกอร์ที่เราไปเอามาเขียนชื่อที่อยู่แล้วแปะเอง (ไม่บังคับ อยากแปะก็แปะ)
ปกติหลัง X-ray แล้วกระเป๋าเดินทางของเราจะถูกแปะสติ๊กเกอร์พาดผ่านจุดที่จะเปิดได้ คือถ้ามีคนเปิดสติ๊กเกอร์นี้ควรจะขาดน่ะ ดังนั้นพอเจ้าหน้าที่แปะ ให้เราแล้ว เราก็อย่าไปสงสัยว่าคืออะไรแล้วแกะออกล่ะ - -"

ที่ตรง counter สายการบินแต่ละสายจะมีสติกเกอร์หรือป้าย(tag) ที่ให้เขียนชื่อที่อยู่เราได้ ระหว่างต่อแถวอยู่ควรจะไปหยิบมาแล้วแปะกับกระเป๋าเดินทางเราแล้วค่อยโหลดไปนะ เผื่อซวยจริงๆกระเป๋าส่งไปผิดที่เค้าจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วกระเป๋าใบนี้เป็นของใครอยู่ที่ไหน

กระเป๋าที่โหลดเข้าเครื่อง ปกติถ้ามีการต่อเครื่อง เราจะไม่ต้องไปรับกระเป๋าที่สนามบินที่จะต่อ กระเป๋าจะถูกส่งต่อไปกับเราด้วย ไปรับที่ปลายทางทีเดียวเลย แต่เพื่อให้มั่นใจจะถามเจ้าหน้าที่ที่ counter อีกทีก็ได้

ผ่านขั้นตอนนี้แล้วขั้นตอนต่อไปคือเข้าไปด้านในผ่านด่านตรวจคนเข้าออกเมืองก่อน แต่คนที่มาส่งเราจะเข้าไปด้วยไม่ได้แล้วดังนั้น ถ้าจะไปถ่ายรูปเล่นกับเพื่อน ร่ำลาใคร ก็ทำได้ช่วงก่อนเข้าไป แต่อย่าอู้นานเพราะไม่ใช่ว่าเข้าไปแล้วจะขึ้นเครื่องได้เลยต้องผ่านการทำอะไรอีกหลายอย่าง รวมทั้งทางเดินก็ไม่ใช่ใกล้ๆนะจ๊ะ

อ้อ เกือบลืม สำหรับสนามบินดอนเมืองก่อนจะเข้าไปต้องจ่ายภาษีสนามบิน 500 บาทก่อน (ขึ้นยังหว่า?) ที่ซื้ออยู่ใกล้ๆทางเข้า มีทั้ง counter กับตู้อัตโนมัติ หลังจากนั้นพอซื้อเสร็จแล้วจะได้บัตรมาพอผ่านประตูเข้าไปด้านในก็จะโดนจาะรูที่บัตรนี้แล้วก็ไม่ได้ใช้แล้วหล่ะ

2.) เอกสารที่ได้มาตอนเช็คอิน


เอกสารที่ได้มาตอนเช็คอิน ควรจะมีอะไรบ้าง

- Boarding pass จะเป็นกระดาษใบนึง (หรือ อาจได้มา 2 ใบ กรณีมีการต่อเครื่อง) ซึ่งจะระบุเลขที่นั่งเรา ชื่อ flight ชื่อเรา และบางทีก็จะมีเบอร์ Gate ที่เราต้องไปขึ้นให้ แต่บางทีก็ไม่มีไม่ต้องตกใจไป โดยเฉพาะ flight ที่มีการต่อเครื่องมักจะไม่ได้พิมพ์ เลข Gate ที่ต้องไปขึ้นของเครื่องที่จะต่อ

click to enlarge
boarding pass

ปกติแล้ว เลข Gate จะมีขึ้นให้ดูทาง TV หรือ บอร์ดในสนามบิน เราก็มองหาชื่อสายการบินเรา ชื่อ flight เรา แล้วก็จะเห็นเบอร์ Gate เอง ตัวอย่างของ boarding pass ในรูป จะเห็นว่า ตำแหน่งที่ควรบอกเบอร์ Gate ว่างอยู่ ก็คือให้เราไปดูเองที่สนามบินจากจอมอนิเตอร์นั่นเอง

click to enlarge
monitor ในสนามบิน


- ใบที่ให้กรอกตอนขาออก/เข้า นั้นได้รับแล้วให้ก็กรอกข้อมูลซะ เดี๋ยวจะต้องใช้ตอนที่เดินเข้าไปด้านในตรงด่านตรวจคนเข้า/ออกเมืองทันที

- สติกเกอร์ที่อ้างอิงหมายเลขรหัสของกระเป๋าโหลดเรา เก็บไว้นะ เผื่อกระเป๋าหายจะได้มีอะไรอ้างอิงบ้าง
 

3.) ด่านตรวจคนเข้า/ออกเมือง


พอไปเจอด่านตรวจคนเข้ามือง (Immigration) ก็จะดู passport แล้วเก็บเอาใบที่ให้กรอกตอนขาออกไป แล้วติดใบตอนขาเข้าไว้กับหนังสือเดินทางเรา (ทั้งสองใบนี้เราได้มาตอน check in อย่าลืมกรอกข้อมูลก่อนล่ะ) แล้วก็ผ่านโลด

ผ่านจากตรงนี้เดินไปตามทางก็จะมีการ X-ray เป็นระยะ เอากระเป๋าถือผ่านเข้าเครื่อง และถ้าใครใส่แจ๊กเก็ตเค้าก็จะให้ถอดแจ๊กเก็ตใส่ถาดแล้วผ่านเข้าเครื่อง X-ray ด้วย สำหรับตัวคนก็ให้เดินผ่านเครื่อง X-ray อีกอันไป

click to enlarge
เครื่องเอกซเรย์คนและสิ่งของระหว่างทาง

เคยเจอที่อเมริกามันให้ถอดรองเท้าส่งผ่านเครื่อง X-ray ด้วย ตอนนั้นฟังไม่เข้าใจ งงๆ ว่ามาชี้อะไรเท้าเราอยู่ได้ฟะ -*- ธ่อ

เดินไปเรื่อยๆเพื่อไปยัง Gate ที่เราต้องไปขึ้นเครื่อง ซึ่งจะมีลูกศรบอกทางเป็นระยะๆ ทั่วไปในสนามบิน

click to enlarge
เครื่องหมายบอกทิศทางไป Gate หมายเลขต่างๆ

อาจใช้เวลา 10-20 นาทีในการเดินไปยัง Gate ขึ้นกับว่ามันไกลแค่ไหน

พอไปถึงก็นั่งรออยู่แถวนั้นแหละ จะมีเลข Gate ตัวเท่าหม้อแกงให้เห็นว่านี่คือ Gate อะไร

click to enlarge
ที่นั่งรอตรง Gate และหมายเลข Gate

4.) ขึ้นเครื่อง


พอใกล้ๆเวลาเครื่องออกซัก 20 นาที รึเปล่าหว่า? จำไม่ค่อยได้ เค้าจะเริ่มประกาศให้ผู้โดยสารที่นั่งรออยู่ที่ Gate ขึ้นเครื่องได้

เริ่มจากเด็กคนแก่และ first class แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นตามหมายเลขที่นั่งเท่าโน้นถึงเท่านี้ อะไรทำนองนี้

ก่อนขึ้นก็จะมีการตรวจ boarding pass อีกที เดินไปตามงวงช้างเข้าเครื่องไปถึงที่นั่งเรา

ก็ให้วางกระเป๋าไว้บนที่วางกระเป๋าด้านบนหัวที่ตรงกับหมายเลขเก้าอี้เรา

click to enlarge
ชั้นวางกระเป๋าและหมายเลขที่นั่ง

หลังจากนั้นก็จะมีการเปิดวีดีโอสอนวิธีใช้ร่มชูชีพ วิธีหนี ประมาณนี้ แล้วก็ ให้คาดเข็มขัด

แล้วก้อออบินนนนนนน


Web Hosting · Blog · Guestbooks · Message Forums · Mailing Lists
Allwebco Web Templates · Build your own toolbar · Accept Credit Cards · Audio, Fonts, Clipart
powered by a free webtools company bravenet.com